กระต่ายซิลเวอร์ฟอกซ์ (Silver Fox rabbit) มันเป็นสายพันธุ์กระต่ายตัวใหญ่หายากจากประเทศอเมริกา ที่มีขนสีเงินสวยงามมาแซมอยู่ทั่วตัว มาทำความรู้จักกับมันกัน
ข้อมูลทั่วไปของกระต่ายซิลเวอร์ฟอกซ์
- ขนาดตัว: ใหญ่
- น้ำหนัก: 4 – 5.4 กก.
- อายุขัย: 7 – 12 ปี
- ความยาวขน: สั้น
- ถิ่นกำเนิด: ประเทศสหรัฐอเมริกา 🇺🇸
- ความต้องการการเอาใจใส่: ปานกลาง
- รูปแบบขน: No Flyback (เมื่อลูบขนย้อนแนว ขนจะตั้งตรง และไม่คืนกลับไปที่แนวเดิม)
- ลักษณะเฉพาะ: หูตั้งขนาดปานกลาง ดวงตากลมโต ตัวใหญ่ ดูเจ้าเนื้อ มีสีขนมี่มีสีเงินแซม
ประวัติของกระต่ายซิลเวอร์ฟอกซ์
กระต่ายสายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดที่รัฐโอไฮโอ (Ohio) ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ. 1920 มีชาวอเมริกันท่านหนึ่งที่มีชื่อว่าคุณ Walter B. Garland ได้ทำการนำกระต่ายสายพันธุ์ Checkered Giant, English Silver, และ Champagne D’Argent มาผสมพันธุ์เข้าด้วยกัน ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นกระต่ายตัวสีเข้มที่มีขนสีเงินแซมอันเป็นเอกลักษณ์ นั่นคือกระต่ายพันธุ์ Silver fox นั่นเอง โดยในตอนแรกชาวอเมริกันเรียกมันว่า “American Silver Heavyweight” แล้วจึงค่อยมีการเปลี่ยนชื่อให้อ่านและจดจำง่ายขึ้นในภายหลัง
มันได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากองค์กร American Rabbit Breeder’s Association (ARBA) ในปี ค.ศ. 1925 ในช่วงยุคสมัยนั้น กระต่ายสายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมพอสมควร และผู้คนมักจะนำมันไปโชว์ตัวในงานแสดงกระต่าย แต่ในยุคปัจจุบัน มีกระต่ายสายพันธุ์ใหม่เพิ่มเข้ามาเยอะขึ้น จึงทำให้ความนิยมของมันลดลงอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นกระต่ายที่หายากมากๆ เสียแล้ว
ลักษณะนิสัยของกระต่ายซิลเวอร์ฟอกซ์
ถ้าหากว่ามันได้รับการฝึกให้เข้าสังคมตั้งแต่ยังเป็นลูกกระต่าย มันจะเป็นกระต่ายที่ไม่ก้าวร้าว เชื่อง อ่อนโยน อ่อนหวาน และมีความเป็นมิตรสูง มันสามารถเข้ากันได้ดีกับกระต่ายตัวอื่นและคนทุกเพศทุกวัย มันชอบให้เหล่าคนในครอบครัวมาอยู่ร่วมกับมัน ให้ความสนใจมัน และทำกิจกรรมร่วมกับมัน จึงเหมาะกับการเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับครอบครัวเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ กระต่ายแต่ละตัวก็อาจจะมีนิสัยเฉพาะตัวที่ต่างกันออกไป
ความหลากหลายของสีกระต่าย
สีขน
สีขนของกระต่ายสายพันธุ์นี้สามารถเป็นสีดำ, น้ำเงิน, ช็อคโกแลต, และสีลาเวนเดอร์ และจะมีขนสีเงินแซมที่สามารถเห็นได้จากภายนอก

Image source: ItsWolfeh, Wikimedia, CC BY-SA 3.0
การดูแลกระต่ายซิลเวอร์ฟอกซ์
การดูแลด้านอาหารการกิน
ผู้เลี้ยงกระต่ายมือใหม่บางท่านอาจจะคิดว่ากระต่ายทานแครอทเป็นอาหารหลัก แต่ความจริงแล้วอาหารหลักของกระต่ายจะเป็นหญ้าแห้ง ซึ่งสัดส่วนการให้หญ้าแห้งกระต่ายควรมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 70 – 80% ของปริมาณอาหารทั้งหมด จะเป็นหญ้าแห้งชนิดอัลฟาฟ่า, แพงโกล่า, ทิมโมธี, แอนเดอร์สัน หรืออื่นๆ ก็ได้ ทั้งนี้ หญ้าแต่ละชนิดจะมีสารอาหารที่แตกต่างกันออกไป ความเหมาะสมกับกระต่ายแต่ละตัวจึงแตกต่างกัน ผู้เลี้ยงจึงควรศึกษาคุณสมบัติของหญ้าแต่ละชนิด และเลือกหญ้าแห้งชนิดที่เหมาะกับกระต่ายของคุณมากที่สุด และผู้เลี้ยงต้องหมั่นเติมน้ำสะอาดให้มันดื่มมากพออยู่เสมอ
อีก 20-30% ที่เหลือนั้นควรเป็นผักและผลไม้ที่มาเสริมสารอาหารที่กระต่ายต้องการให้ครบถ้วน สามารถเป็นผักใบเขียวและผลไม้ชนิดที่กระต่ายสามารถทานได้ เช่น ขึ้นฉ่าย, หน่อไม้ฝรั่ง, คะน้า, แครอท, ผักกวางตุ้ง, ผักชี, ผักบุ้ง, ผักปวยเล้ง, ส้ม, กล้วย, แตงโม, ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ และอื่นๆ แต่ก็มีผักผลไม้บางชนิดที่ห้ามให้กระต่ายทาน ไม่เช่นนั้นมันอาจจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพกระต่าย
อาหารเม็ดสำหรับกระต่ายนั้นควรให้แต่น้อยเพื่อเสริมสารอาหารให้กับกระต่ายเท่านั้น เราไม่ควรให้กระต่ายทานอาหารเม็ดมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เจ้ากระต่ายน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วนได้
ผู้เลี้ยงสามารถเลือกสูตรที่เหมาะกับกระต่ายคุณได้เลย เช่น สูตรกระต่ายโต
เรื่องการดูแลขนและความสะอาด
ขนสั้นๆ ของมันนั้นดูแลรักษาง่ายมาก แค่นำที่แปรงขนมาหวีขนให้กับกระต่าย หรือจะใช้ถุงมือสำหรับหวีขนสัตว์เลี้ยงมาหวีให้มันอย่างเบามือ ประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว เพื่อกำจัดขนตาย รวมถึงสิ่งสกปรกที่ติดค้างอยู่ในตัวน้องออกมาให้หมด การหวีขนให้น้องมีข้อดีมากกว่าที่คุณคิดนะ การหวีขนให้มันสามารถช่วยลดโอกาสที่เจ้ากระต่ายจะเป็นโรคแฮร์บอล (Hairball) ซึ่งเกิดจากการที่กระต่ายเลียขนทำความสะอาดตัวเอง จนขนตายเหล่านี้ที่ติดอยู่ในตัวมันเข้าไปอุดตันสะสมที่ทางเดินอาหาร ซึ่งสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงต่อกระต่าย รวมถึงมีการตัดเล็บ และดูแลความสะอาดรอบดวงตาและใบหูให้มันบ้าง ด้วยการนำผ้าขนหนูสะอาดที่ชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดทำความสะอาดตามจุดต่างๆ ดังกล่าวอย่างเบามือ
การดูแลเรื่องที่อยู่อาศัย
เพื่อความปลอดภัยของกระต่าย เราแนะนำให้เลี้ยงมันในกรงหรือในพื้นที่ที่กั้นไว้ให้มันอยู่โดยเฉพาะ เราควรเลี้ยงน้องอยู่ในกรงที่ไม่เล็กมากจนเกินไปจนทำให้มันอึดอัด หรือจะเป็นการล้อมคอกให้มันอยู่เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน แต่ทั้งนี้ ที่อยู่ของมันต้องสะอาด ไม่อับชื้น และมีอากาศถ่ายเท ผู้เลี้ยงต้องคอยทำความสะอาดที่ที่มันอาศัยอยู่เป็นประจำ และที่สำคัญ ที่ที่มันอยู่ต้องไม่ร้อนเกินไปและไม่มีแดดแรงๆ มาโดนกระต่ายโดยตรง เพราะถ้าหากที่อยู่ของมันร้อนมากจนเกินไปอาจจะทำให้กระต่ายป่วยเป็นลมแดดได้ และอย่าลืมที่จะนำของเล่นชนิดต่างๆ เช่น ลูกบอลสำหรับกระต่าย เข้าไปให้น้องเล่นแก้เบื่อ
การดูแลเรื่องการเข้าสังคม
กระต่ายนั้นต้องการการเข้าสังคม ผู้เลี้ยงจึงควรแวะมาเยี่ยมเยียน ดูแลมัน เล่นกับมัน และทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้มันคุ้นเคยกับผู้คน และลดโอกาสที่มันจะกัด ถีบ และหนีคุณ ควรมีเพื่อนกระต่ายตัวอื่นมาอยู่ร่วมกันกับมันเพื่อไม่ให้มันรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวมากจนเกินไป นอกจากนี้ ควรปล่อยมันออกมาวิ่งเล่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กระต่ายมีสุขภาพแข็งแรงและช่วยปลดปล่อยความเครียดให้มัน แต่ทั้งนี้ ผู้เลี้ยงต้องคอยระวังไม่ให้มันไปแทะสายไฟในบ้าน เพราะมันอาจจะเป็นอันตรายกับน้องได้
โรคภัยต่างๆ ที่อาจพบใน Silver Fox rabbit
- โรคในระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal)
- ฟันยาว (Overgrown Teeth)
- มะเร็งมดลูกในกระต่าย (Uterine Adenocarcinoma in Rabbits)
- อาการหัวเอียง (Head Tilt)
- โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน (Upper Respiratory Tract Infection)
- ก้อนขนอุดตันในทางเดินอาหาร (Hairballs, Trichobezoars)
- โรคพาสเจอร์เรลโลซิส (Pasteurellosis)
- โรคหลอดลมอักเสบ (Bronchitis)
- ติดเชื้อสแตฟฟิลโลคอคโคซีส (Staphylococcus aureus)
- ไรที่ผิวหนัง (Sarcoptic Mange in rabbits)
- ไรในหู (Ear mites)
- โรคฝีในกระต่าย (Rabbit Abscesses)
- โรคติดไวรัสไมโซมาโตซิส (Myxomatosis)
- โรคเลือดออกในกระต่าย (Rabbit Haemorrhagic Disease, RHD)
- โรคไข้สมองอักเสบในกระต่าย (Encephalitozoon Cuniculi, E.cuniculi)
Silver Fox rabbit เหมาะกับผู้ที่
- ชอบกระต่ายขนาดใหญ่
- ชอบกระต่ายขนสั้น
- ชอบกระต่ายที่เชื่อง และเป็นมิตร
- มีพื้นที่ในการเลี้ยงกระต่ายพอสมควร
- มีสมาชิกในครอบครัวคนอื่น เด็กๆ และกระต่ายตัวอื่นในบ้าน
- สามารถแบ่งเวลามาดูแลมัน ปล่อยมันออกมาเดินเล่น และทำกิจกรรมร่วมกับมันบ้าง
คำถามที่พบบ่อย
- ปัญหาสุขภาพเยอะไหม: โดยปกติมันเป็นกระต่ายที่สุขภาพดี ไม่ค่อยมีปัญหาสุขภาพ
- หายากไหม: ยังเป็นกระต่ายที่หายากมากในปัจจุบัน
เรื่องกระต่ายที่คุณอาจจะชอบ
Featured Image Source: Kwinterperez, Wikimedia, CC BY-SA 4.0



อ่านเรื่องไหนต่อดี
กล่องใส่แมว กรงเดินทางสุนัขและแมว แบบไหนดีและใหญ่จุใจ ปี 2023
13 สายพันธุ์สุนัขที่ไม่ดุ เหมาะกับการเลี้ยงเป็นเพื่อนคลายเหงา
อเมริกัน สแตฟฟอร์ดเชียร์ เทอเรียร์ (American Staffordshire Terrier)
10 อาหารสุนัข Holistic ยี่ห้อไหนดีและมีประโยชน์กับร่างกายสุนัข ปี 2023
กระต่ายซิลเวอร์ฟอกซ์ (Silver Fox rabbit) ข้อมูล ลักษณะนิสัยและการดูแล
สุนัขพันธุ์โบโลนีส (Bolognese) ข้อมูล ลักษณะนิสัยและการดูแล
10 อาหารสุนัขปอมเมอเรเนียน ยี่ห้อไหนดีและเหมาะกับน้องบ้าง ปี 2023
ลดความอ้วนแมวยังไงดี มาดูกันเลย