แมวเบอร์มีส (Burmese) มันเป็นสายพันธุ์แมวที้ได้รับการพัฒนาขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผู้คนมักจะเข้าใจผิดคิดว่ามันเป็นแมวศุภลักษณ์ แต่ว่ามันมีเชื้อสายของแมววิเชียรมาศอยู่นะ แถมมันยังได้นิสัยบางอย่างจากแมวไทยไปเต็มเปี่ยม มาทำความรู้จักกับมันกัน
ข้อมูลทั่วไปของแมวเบอร์มีส
- ขนาดตัว: ปานกลาง
- ความสูง: 25 – 30 ซม. วัดจากไหล่
- น้ำหนัก: 3.6 – 5.4 กก.
- อายุขัย: 10 – 15 ปี หรือมากกว่านี้
- ความยาวขน: สั้น
- ความฉลาด: ฉลาดพอสมควร
- ความต้องการการเอาใจใส่: ปานกลาง
- ลักษณะเฉพาะ: ใบหูขนาดปานกลางทรงสามเหลี่ยม รูปร่างสมส่วน ดูมีกล้ามเนื้อ มักจะมีแต้มสีเข้มตามจุดต่างๆ ของร่างกาย หางสั้นกว่าแมววิเชียรมาศ
ประวัติของแมวเบอร์มีส
แมวเบอร์มีส หรือที่คนมักจะเข้าใจผิดว่ามันเป็นแมวพันธุ์ “ศุภลักษณ์” แต่จากข้อมูลที่รวบรวมมาให้อ่าน มันไม่ใช่สายพันธุ์เดียวกัน ถึงแม้ว่ามันจะมีลักษณะภายนอกเหมือนกันมากก็ตาม เพราะเหตุนี้มันจึงสร้างความสับสนให้กับคนรักแมวหลายท่านเป็นอย่างมาก (รวมถึงเราด้วย 😂) จุดสังเกตคือแมวเบอร์มีสบางตัวจะมีแต้มสีเข้มที่บางจุดของร่างกายเหมือนแมววิเชียรมาศ แต่ว่าศุภลักษณ์ไม่มีแต้มสีเข้มๆ เหล่านี้
ในช่วงปี ค.ศ. 1930 แมวจากประเทศพม่าตัวหนึ่งที่มีสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งไม่ทราบชัดเจนนักว่าเป็นแมวสายพันธุ์อะไร มันถูกชาวอเมริกันท่านหนึ่งที่มีชื่อว่าคุณ Joseph C. Thompson นำตัวจากประเทศพม่าไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาได้ตั้งชื่อให้กับแมวตัวนี้ว่าหว่องเมา “Wong Mau” ซึ่งเขาก็ได้นำแมวตัวนี้ไปเพาะพันธุ์กับแมววิเชียรมาศของเขาที่มีชื่อว่า “Taimau” จนได้ลูกแมวออกมาจำนวนหนึ่ง แล้วเขาก็ได้นำลูกแมวเหล่านั้นไปผสมพันธุ์กับเจ้า Wong Mau อีกครั้ง จนมันออกมาเป็นแมวพันธุ์ Burmese นั่นเอง ซึ่งมันมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนมันเริ่มมีชื่อเสียงในอเมริกา ในที่สุด มันก็ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการโดยองค์กร Cat Fanciers’ Association ในปี ค.ศ. 1953 และองค์กร The International Cat Association ในปี ค.ศ. 1979 ในปัจจุบัน มันยังเป็นแมวอีกสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมอยู่พอสมควรในต่างประเทศ และมันก็ได้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของแมวสายพันธุ์ใหม่บางพันธุ์อีกด้วย
ลักษณะนิสัยและความเป็นมิตรของแมวเบอร์มีส
แมวสายพันธุ์นี้ขึ้นชื่อเรื่องความซุกซน กระตือรือร้น ขี้เล่น กระฉับกระเฉง ขี้สงสัย และพลังงานสูงมาก มันชอบปีนป่ายสำรวจพื้นที่รอบๆ และชอบการวิ่งและกระโดดไปรอบๆ เพื่อปลดปล่อยพลังงานที่มากมายของมัน ถ้าคุณต้องการแมวสักสายพันธุ์ที่ชอบอยู่นิ่งๆ มันอาจจะไม่ค่อยเหมาะกับคุณสักเท่าไหร่
ส่วนมากมันเป็นแมวที่ชอบเข้าสังคม มีความเป็นมิตรกับคนแปลกหน้าและสัตว์ตัวอื่น มันสามารถเป็นเพื่อนผู้อื่นได้ค่อนข้างรวดเร็ว มันยังมีความผูกพันกับเจ้าของและคนในครอบครัว มันมีความสุขเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่มันรัก แต่มันไม่ชอบการถูกทิ้งให้อยู่ตัวเดียวเป็นระยะเวลานาน คุณจึงควรมีเวลาอยู่ร่วมกับมันบ้าง
* ทั้งนี้ แมวแต่ละตัวก็สามารถมีบุคลิกเฉพาะตัวที่แตกต่างไปจากนี้ได้ แมวบางตัวอาจจะมีความรักอิสระมากกว่าปกติ
ความหลากหลายของสีแมว
สีตา
สีตาของแมวสายพันธุ์นี้จะเป็นสีเหลืองทองเท่านั้น
สีขน
แมวสายพันธุ์นี้มีสีขนให้เลือกไม่มากนัก โดยสีมาตรฐานที่จัดโดยองค์กร CFA จะมีหลักๆ 4 สี คือ สีตาลเข้ม (Sable), สีแชมเปญ (Champagne), สีน้ำเงิน (Blue), และสีทองคำขาว (Platinum) และยังมีสีอื่นๆ ที่ไม่ใช่สีมาตรฐานอีกด้วย

การดูแลแมวเบอร์มีส
การดูแลด้านการออกกำลังกาย
ถึงแม้ว่าแมวไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายมากมายเหมือนสุนัข แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านแนะนำว่าแมวควรได้รับการออกกำลังกายประมาณ 30 นาทีต่อวัน แถมมันยังเป็นแมวที่พลังงานสูงพอสมควร ผู้เลี้ยงจึงควรกระตุ้นให้มันได้ออกแรงปลดปล่อยพลังงานบ้าง จะเป็นการซื้อเสาฝนเล็บมาให้มันได้ออกแรงขีดข่วนฝนเล็บ เพื่อช่วยให้แมวรู้สึกผ่อนคลาย ได้ยืดเหยียด ได้ออกกำลังกาย และลดโอกาสที่แมวจะไปขีดข่วนเฟอร์นิเจอร์และข้าวของในบ้านของคุณ
จะเป็นการซื้อคอนโดแมวไว้ให้มันปีนป่ายเล่น หรือจะเป็นการใช้ไม้ตกแมว ของเล่นแบบติดพื้น หรือจะเป็นขนไก่ไปเล่นหยอกล้อกับเจ้าเหมียวก็ได้ เพื่อให้มันได้วิ่งออกแรง กระโดด และไล่ตะครุบสิ่งเหล่านั้น มันมีส่วนช่วยให้แมวมีกล้ามเนื้อแข็งแรง มีสุขภาพดี ห่างไกลจากปัญหาสุขภาพบางอย่าง
เรื่องการดูแลขนและความสะอาด
การดูแลขนให้กับแมวขนสั้นอย่างเจ้าเบอร์มีสเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก แค่นำแปรงมีหวีขนให้มันบ้าง ประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว เพื่อกำจัดขนตายและสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ในตัวแมวออกมาให้หมด และถึงแม้ว่าส่วนมากแมวจะใช้เวลาในการทำความสะอาดตัวเองได้มากถึง 50% ของเวลาตอนมันตื่นทุกวันอยู่แล้ว แต่ว่าเราก็ควรช่วยมันทำความสะอาดร่างกายในจุดที่มันทำความสะอาดเองไม่ได้บ้าง เช่น บริเวณใบหู ใบหน้า และรอบดวงตาด้วยสำลีหรือผ้าสะอาดอย่างเบามือ รวมถึงมีการตัดเล็บ แปรงฟัน และอาจจะมีการอาบน้ำให้มันบ้างหากว่าตัวมันเริ่มสกปรกและส่งกลิ่นเหม็น และไม่ควรให้มันไปคลุกคลีกับแมวตัวอื่นที่ไม่รู้จัก เพราะมันเสี่ยงต่อการติดหมัดแมวจากแมวตัวอื่น
การดูแลเรื่องสุขภาพโดยรวม
ถึงแม้แมวจะมีโอกาสเป็นโรคลมแดดน้อยกว่าสุนัขพอสมควร แต่อากาศในประเทศไทยนั้นร้อนมากๆ ผู้เลี้ยงจึงควรศึกษาวิธีป้องกันไว้บ้าง วิธีป้องกันเบื้องต้น คือ เราต้องจัดพื้นที่ที่ไม่ร้อนและไม่อบอ้าวให้แมวอยู่ ไม่มีแดดแรงส่องมากระทบตัวมันตรงๆ เป็นเวลานาน มีน้ำสะอาดให้มันดื่มมากพอ และควรเช็คให้แน่ใจเสมอว่าคุณไม่ได้ลืมมันทิ้งไว้บนรถยนต์ร้อนๆ ที่ดับเครื่องแล้ว ถ้าหากคุณชอบพาแมวออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ก็ควรพามันออกข้างนอกในช่วงที่แดดไม่แรง เช่น ตอนเช้า
คอยควบคุมรูปร่าง และน้ำหนักตัวของแมวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของสายพันธุ์อยู่เสมอ เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับน้ำหนักตัว เช่น โรคอ้วน (Obesity) ด้วยการกระตุ้นให้เจ้าเหมียวได้ออกแรงทำกิจกรรมบ้างเพื่อเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน อีกส่วนนึงคือการควบคุมและเอาใจใส่คุณภาพและปริมาณอาหารของแมว เลือกประเภทอาหารที่เหมาะสมกับตัวแมว จะเป็นการทานอาหารแบบบาร์ฟที่มีข้อดีหลายอย่าง เป็นอาหารปกติทั่วไป เป็นอาหารแมวแบบเม็ดที่เก็บได้นาน หรือจะเป็นอาหารแมวแบบเปียกที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารของแมวก็แล้วแต่ความสะดวกและเหมาะสม ถ้าเป็นอาหารทั่วไปก็ควรเป็นอาหารที่ดี มีประโยชน์ เช่น เครื่องในไก่ เนื้อปลาทู ไข่ไก่ ข้าวเปล่า ผักและผลไม้ที่แมวทานได้มาคลุกให้เข้ากัน โดยไม่ใส่เกลือหรือเครื่องปรุงรสใดๆ ลงไปเพิ่มเติม ถ้าเป็นอาหารสำหรับแมวโดยเฉพาะก็ให้เลือกสูตรที่เหมาะสมกับแมวของคุณ ในปริมาณที่เหมาะสมกับขนาดของตัวแมว หากแมวของคุณแพ้อาหารชนิดนั้นก็ให้ลองเปลี่ยนยี่ห้อหรือประเภทอาหาร
โรคภัยต่างๆ ที่อาจพบในแมว Burmese
- โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Feline Hypokalemic Polymyopathy): มันเป็นภาวะที่เกิดจากการทีแมวมีโพแทสเซียมในเลือดต่ำซึ่งทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งมันเป็นโรคที่สามารถติดต่อกันมาทางกรรมพันธุ์ เราจึงควรตรวจเช็คสุขภาพของพ่อแม่แมวให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจรับมันมาเป็นสมาชิกในครอบครัว
- เบาหวาน (Diabetes): มันเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้จากความผิดปกติของฮอร์โมนในแมว แต่การที่น้องแมวมีน้ำหนักตัวที่เยอะเกินไปมันก็เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานด้วย วิธีช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคนี้ นั่นคือการควบคุมน้ำหนักตัวแมวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของสายพันธุ์
นอกจากนี้ยังมีโอกาสเจอโรคภัยอื่นๆ ดังนี้
- โรคเชื้อราแมว (Ringworm)
- โรคพิษสุนัขบ้าในแมว (Rabies)
- การบาดเจ็บจากการตกจากที่สูง (High-rise syndrome)
- โรคเอดส์แมว (Feline Immunodeficiency Virus)
- โรคไตในแมว (Kidney Disease)
- ฟันผุ (Tooth Decay)
- โรคอ้วน (Obesity)
- โรคไข้หัดแมว (Panleukopenia)
- โรคต้อหินในแมว (Glaucoma)
- โรคไทรอยด์เป็นพิษในแมว (Hyperthyroidism)
- โรคจอประสาทตาเสื่อมในแมว (Progressive Retinal Atrophy)
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ Burmese
- เป็นแมวที่มีความรักให้กับผู้คนในครอบครัว
- มันไม่ใช่แมวที่ชอบอยู่นิ่งๆ ทั้งวัน
- มันไม่ใช่แมวศุภลักษณ์
- มันมีความเป็นมิตรกับคนแปลกหน้าและสัตว์ตัวอื่น
- มันเป็นแมวที่มีความขี้เล่น ซุกซน พลังงานสูงมาก
Burmese เหมาะกับผู้ที่
- ชอบแมวที่ซุกซน แอคทีพ
- ชอบแมวที่ดูรูปร่างดี สง่างาม
- ชอบแมวขนสั้น ดูแลง่าย
- มีเวลาอยู่ร่วมกับแมว และทำกิจกรรมกับมันบ้าง
- มีเด็กๆ สุนัข และแมวตัวอื่นอยู่ภายในบ้าน
คำถามที่พบบ่อย
- มันใช่แมวศุภลักษณ์ไหม: ไม่ใช่ แค่เบอร์มีสบางตัวมีลักษณะภายนอกที่เหมือนกับแมวศุภลักษณ์มากๆ จบแยกแทบไม่ออก แต่ที่แน่ๆ มันมีเชื้อสายของแมววิเชียรมาศของไทยอยู่ จะเรียกว่ามันเป็นแมวไทยก็ได้ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ที่ประเทศอเมริกาก็ได้ (อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อ “ประวัติ”)
- ปัญหาสุขภาพเยอะไหม: ปกติมันเป็นแมวที่แข็งแรง ไม่ค่อยมีปัญหาสุขภาพ แต่ก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคที่ติดต่อมาทางกรรมพันธุ์ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น



อ่านเรื่องไหนต่อดี
ไทยหลังอาน (Thai Ridgeback) ข้อมูล ลักษณะนิสัยและการดูแลสายพันธุ์สุนัขของไทย
ของใช้แมว แบบไหนดีและคนเลี้ยงแมวต้องมีบ้าง ปี 2023
ฟลอริดา ไวท์ (Florida White rabbit) ข้อมูล นิสัยและการดูแลกระต่าย
10 ขนมสุนัข ยี่ห้อไหนดีต่อสุขภาพและอร่อยถูกใจน้อง ปี 2023
10 อาหารสุนัข Holistic ยี่ห้อไหนดีและมีประโยชน์กับร่างกายสุนัข ปี 2023
วิธีลดความเครียดให้สุนัข และวิธีสังเกตว่าสุนัขมีความเครียด
อิตาเลียน เกรย์ฮาวด์ (Italian Greyhound) ข้อมูล นิสัยและการดูแลสุนัข
สัญญาณที่บอกว่าสุนัขของคุณอาจจะไม่สบาย